10 คำแนะนำสำหรับคนที่สนใจไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย

10

 

10 คำแนะนำสำหรับคนที่สนใจไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย

ข้อหนึ่ง ต้องทำใจให้ได้ก่อนว่าการเดินทางไปเรียนต่างบ้านต่างเมืองนั้นย่อมไม่สบายเหมือนอยู่ประเทศไทย มาอยู่ที่ออสเตรเลียต้องช่วยเหลือตัวเองเกือบทุกอย่าง ทั้งเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะนี่คือวิถีชีวิตของคนออสเตรเลีย

 

ข้อสอง คนต่างชาติก็เช่นเดียวกับคนไทย มีหลายประเภท ต่างความคิด ต่างจิตต่างใจ อาจจะมีบ้างที่ถูกใจและไม่ถูกใจ ต้องอดทน แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

 

ข้อสาม เรื่องการปรับตัว แรกๆ อาจปรับตัวลำบาก ฟังภาษาอังกฤษอาจารย์และเพื่อนในห้องซึ่งมีแต่ฝรั่งแทบจะไม่รู้เรื่อง แต่นานๆ ไปก็จะชินไปเอง ดูโทรทัศน์ ฟังข่าว ดูดีวีดีหนังฝรั่ง อ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจะช่วยได้มาก

 

ข้อสี่ เพื่อนฝรั่งจะไม่เข้ามาหาเราครับ เราต้องเป็นฝ่ายเข้าไปคุยกับเขา มีขนมไปแบ่งเขาบ้าง มีของฝากเล็กๆ น้อยๆ จากเมืองไทยไปฝากเขาบ้าง โดยเฉพาะสินค้าหัตถกรรม ฝรั่งชอบมากครับ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราหาเพื่อนได้ไม่ยาก ผมเองมีเพื่อนฝรั่งดีๆ หลายคนที่คอยแนะนำเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะบางทีฝรั่งพูดแล้วมีสำนวนอะไรแปลกๆ เยอะครับ เพื่อนฝรั่งจะช่วยอธิบายสำนวนแปลกๆ แบบนี้ให้เราฟังได้ และบางคนก็ช่วยติววิชาต่างๆ ให้ด้วยก่อนสอบครับ

 

ข้อห้า อย่าหันหลังให้คนไทยที่ออสเตรเลีย โดยเฉพาะคนไทยที่มหาวิทยาลัยของตัวเอง แน่นอนครับ เราจำเป็นต้องมีเพื่อนต่างชาติ ถ้าเป็นเพื่อนชาวออสเตรเลียด้วยจะวิเศษมาก เพราะจะเป็นประโยชน์สำหรับการฝึกภาษา และเรียนรู้ชีวิตของชาวออสเตรเลีย แต่ว่าพยายามรู้จักคนไทยไว้บ้างนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะช่วยเหลือเราในยามที่มีปัญหา คือ คนไทยด้วยกันนั่นเองครับ

 

ข้อหก การสอบไอเอลท์ (IELTS) ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการศึกษาต่อในออสเตรเลีย มีเทคนิคเล็ก น้อยมาแนะนำครับ คือ ต้องตั้งสติให้ดีตั้งแต่เข้าห้องสอบเพราะข้อสอบส่วนแรกจะเป็นการฟัง แล้วคนส่วนใหญ่จะตกใจ ฟังไม่ทัน เพราะไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน ส่วนของการเขียนโดยเฉพาะข้อแรกที่ต้องอธิบายกราฟ หรือตารางต่างๆ นั้นก็ขอให้เตรียมตัวให้ดี เพราะว่าผมเองประสบปัญหากับข้อนี้มากครับ หนังสือเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบไอเอลท์ของ Cambridge ปกสีดำ หรือของสำนักพิมพ์อื่นก็จะมีตัวอย่างประโยคและวิธีการเขียนให้พร้อมครับ เทคนิคสุดท้าย คือ ตอนสอบพูด จะมีช่วงหนึ่งที่เขาให้เราจับสลากว่าจะได้พูดหัวข้ออะไร แล้วให้เวลาเราคิดสักพักหนึ่งแล้วก็พูดให้อาจารย์ที่คุมสอบฟัง ถ้าได้หัวข้อที่เรารู้เรื่องดี หรือถนัดก็คงไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าได้หัวข้อที่เราไม่ถนัดจะทำอย่างไร คำแนะนำคือ อย่าอ้ำอึ้งเด็ดขาดครับ ให้พูดไปเลยว่า เราไม่ถนัดเรื่องนี้ ไม่รู้เรื่องนี้เพราะอะไร มีเหตุผลอะไร เรื่องนี้มันน่าเบื่อแค่ไหนอย่างไร แล้วเรื่องที่เราสนใจมากกว่าคืออะไร เพราะอะไร เปรียบเทียบให้เห็นเลยครับ เหนือสิ่งอื่นใดต้องคิดเสมอว่า การสอบไอเอลท์คือการสอบภาษาเรา สิ่งที่เขาต้องการวัดเราคือภาษา เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราพูดออกไปไม่มีใครมาตรวจสอบครับว่า เราพูดถูกหรือผิด พูดจริงหรือไม่ ฉะนั้น พูดไปเลยครับ แสดงให้เขาเห็นว่าเราใช้ภาษาอังกฤษได้ดีแค่ไหน

 

ข้อเจ็ด เรื่องทำกับข้าว ถ้าจะมาเรียนต่อที่ออสเตรเลียอยากให้ฝึกทำกับข้าว ไม่ต้องถึงกับอร่อยมาก เอาแค่พอกินได้ ก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากครับ เพราะอาหารแต่ละจานที่นี่ถูกๆ ก็ 6 เหรียญ เกือบๆ 200 บาท ราคาอาหารโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10 กว่าเหรียญ หรือ 300 กว่าบาท ถ้าทานข้าวนอกบ้านทุกวันจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากครับ แต่ถ้าไปตลาดแล้วซื้อของสดมาในราคาเพียง 50 เหรียญ หรือ 60 เหรียญ ก็จะสามารถทำกับข้าวทานได้อย่างน้อย 7 วัน หรือบางครั้งอาจถึง 2 อาทิตย์เลยทีเดียว

 

ข้อแปด ด่านศุลกากรที่ออสเตรเลียเข้มงวดกว่าเมืองไทยมากครับ คือ อย่านำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้เข้าประเทศออสเตรเลียเป็นอันขาด โดนตรวจจับได้ทิ้งแน่ๆ ครับ และผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าได้เฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่มีหีบห่อที่มิดชิดเท่านั้น ถ้านำยารักษาโรคเข้าประเทศออสเตรเลีย ควรจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบไปเลยครับ สรุป คือ อย่าขนของที่หมิ่นเหม่ว่าจะเป็นของต้องห้ามเข้าออสเตรเลียจะดีที่สุดครับ

 

ข้อเก้า ไหนๆ ก็มีโอกาสมาเรียนที่ออสเตรเลียแล้ว ควรหาโอกาสศึกษาเรื่องราวๆ ต่างๆ ของประเทศออสเตรเลียให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างน้อยจะได้มีอะไรกลับไปเล่าให้คนที่เมืองไทยฟังได้ว่า ที่ออสเตรเลียมีอะไรบ้าง วิชาความรู้ในศาสตร์ของเรานั้น อ่านหนังสือจากที่ไหนก็ได้ครับ แต่ประสบการณ์ และความรู้ในศาสตร์ของเราที่ผสมเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศออสเตรเลียนั้น ถ้าไม่มาสัมผัสเองก็ยากที่จะเข้าถึงได้อย่างลึกซึ้งครับ

 

ข้อสิบ ถ้ามีเวลาว่างแนะนำให้ไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ เพื่อชมธรรมชาติอันงดงาม และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียครับ

 

ขอบคุณคำแนะนำจาก

จาก น้องบุ๊ค ทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์

กำลังศึกษาปริญญาเอก อยู่ที่ University of Canberra

ที่มาแชร์ความคิดและคำแนะนำให้กับทางอินไซท์นะคะ